เพื่อนรุ่ง เพื่อนฝูงยินดี

เพื่อนรุ่ง เพื่อนฝูงยินดี เพื่อนได้ดี เป็นศรีแก่รุ่น

สก.84 คนแรก ผู้ไปถึงดวงดาว
อาทร สินสวัสดิ์ (สก15885)
ประธานรุ่นนักเรียนเก่าสวนกุหลาบฯ 84 
นายกสมาคมศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ (คนปัจจุบัน)

คุณอาทร สินสวัสดิ์ ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการไฟฟ้านครหลวงคนใหม่ และได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหาร กฟน.ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการไฟฟ้านครหลวงคนใหม่ แทนผู้ว่าคนเก่าที่จะครบเกษียณอายุการทำงาน ในเดือนกันยายนนี้ ต่อไปรอการนำเรื่องเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อรับทราบ และประกาศ

ขอแสดงความยินดีกับเพื่อนของเราที่ประสพความสำเร็จขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดในองค์กรได้

 

ประวัติ

ชื่อ    นายอาทร  สินสวัสดิ์
อายุ   56 ปี

การศึกษา 

        มัธยม :  โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย (ปี 2508 -2512) เลขประจำตัว15885
ปริญญาตรี :  วิศวกรรมศาสาตร์บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ปี 2516) 
ปริญญาโท :  Master of Management สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์
                     แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ปี 2541)

  • หลักสูตรหลักประจำ วทบ. สบส. วิทยาลัยกองทัพบก ( ปี 2542-2543)
     
  • หลักสูตรการบริหารงานภาครัฐและกฎหมายมหาชน สถาบันพระปกเกล้า(ปี 2547-2548)
     

การทำงาน

ปี 2543 – 2548     ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและพัฒนาระบบไฟฟ้า
ปี 2548 – 2549     ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนระบบไฟฟ้า       
ปี 2549 – 2551     ผู้ช่วยผู้ว่าการเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบสื่อสาร
ปี 2551 – 2552     รองผู้ว่าการบริหารระบบจำหน่าย
ปี 2552 – ปัจจุบัน   รองผู้ว่าการเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบสื่อสาร

การทำงานเพื่อสังคม

คณะกรรมการบริหารชมรม ICTSEC
คณะกรรมการบริหาร IEEE PES (IEEE Power & Energy Society, Thailand)
คณะกรรมการบริหารศูนย์ผู้เชี่ยวชาญจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ดร.พิสิฐ ได้ชื่อว่าเป็นเหยื่อของผมตลอดกาล

 

สมัยอยู่ มศ.3 สุดเชย และคงแก่เรียนที่สุดในห้องคือ ดร.พิสิฐ (ดูที่แว่นก็รู้)
ส่วนหล่อเท่ห์ เข้มที่สุด เป็นใครคงเดากันได้ โดยไม่ต้องบอกให้กระดากคีย์บอร์ดนะครับ

ดร.พิสิฐ ได้ชื่อว่าเป็นเหยื่อของผมตลอดกาล

เวลาใครถามผมว่า

"พวกนักเรียนสวนกุหลาบฯ เก่งกันขนาดไหน อยากรู้"
 

ผมก็จะถามกลับไปว่า

"คิดว่าดร.พิสิฐ (อดีต รมช.คลัง สมัยนายกฯชวน) เก่งไหมล่ะ ตอบมาก่อนซิ"
 

ผู้ถามก็จะตอบว่า

"เก่งมากๆ ยอมรับ"

ผมก็จะคุยทับไปเลยว่า

"ขนาด ดร.พิสิฐ ยังต้องรอจนอยู่ มศ.4 กว่าจะได้ขึ้นไปเรียน ห้อง King 1 มศ.1 ถึง มศ.3 อยู่ห้อง King 2 ตลอด แล้วคิดดูซิกว่า 35 คน ที่ชนะ ดร.พิสิฐ ตลอด มันควรจะเก่งขนาดไหน"
 

(ที่ไม่ยอมเรียกว่าห้อง Queen เฉไฉไปเรียก King 2 เพราะไม่มีผู้หญิงซักคน)

…….

ดร.พิสิฐ ได้ชื่อว่าเป็นเหยื่อของผมตลอดกาล (อีกแร๊ะ)

เวลา ใครถามผมว่า

"พวกนักเรียนวิศวฯจุฬาฯ เก่งกันขนาดไหน อยากรู้"
 

ผมก็จะถาม กลับไปว่า

"คิดว่าดร.พิสิฐ (อดีต รมช.คลัง สมัยนายกฯชวน) เก่งไหมล่ะ ตอบมาก่อนซิ"
 

ผู้ถามก็จะตอบว่า

"เก่งมากๆ ยอมรับ"

ผมก็จะคุยทับไป เลยว่า

"ขนาด ดร.พิสิฐ สอบเข้าวิศวฯจุฬาฯ ยังติดแค่กรุ๊ป B แล้วคิดดูซิกว่า 27 คน ที่สอบเข้าได้กรุ๊ป A ชนะ ดร.พิสิฐ มันควรจะเก่งขนาดไหน"

แต่อันนี้ผมเจ็บกว่าเพราะถูกย้อนถามกลับมาว่า

"แล้วคุณล่ะ สอบเข้าวิศวฯจุฬาฯได้กรุ๊ป A ชนะ ดร.พิสิฐหรือเปล่า"
 

แหะๆ ได้ตั้งที่ 97 เลยหล่นไปอยู่กรุ๊ป D โน่นแน่ะครับ

ตอนผมโม้เรื่องที่สวนกุหลาบฯ ก็ไม่ยักมีใครย้อนถามอย่างนี้
จะได้ฉวยโอกาสตอบไปว่า

"ผมสอบฯเข้าสวนกุหลาบฯ ได้ที่ 18 อยู่ห้อง King 1 ชนะ ดร.พิสิฐ ครับ"

แต่เรื่องราวเล่าขานต่อจากนั้นจะพยายามไม่บรรยายต่อไปว่า
 

นั่นเป็นครั้งเดียวในชีวิตที่ผมสอบชนะดร.พิสิฐ

อาทร สินสวัสดิ์

นายกสมาคมศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์
(พ.ศ.2553 –  )

 

 

ประวัติ

ชื่อ    นายอาทร  สินสวัสดิ์
อายุ   56 ปี

การศึกษา 

        มัธยม :  โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย (ปี 2508 -2512) เลขประจำตัว15885
ปริญญาตรี :  วิศวกรรมศาสาตร์บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ปี 2516) 
ปริญญาโท :  Master of Management สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์
                     แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ปี 2541)

  • หลักสูตรหลักประจำ วทบ. สบส. วิทยาลัยกองทัพบก ( ปี 2542-2543)
     
  • หลักสูตรการบริหารงานภาครัฐและกฎหมายมหาชน สถาบันพระปกเกล้า(ปี 2547-2548)
     

การทำงาน

ปี 2543 – 2548     ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและพัฒนาระบบไฟฟ้า
ปี 2548 – 2549     ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนระบบไฟฟ้า       
ปี 2549 – 2551     ผู้ช่วยผู้ว่าการเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบสื่อสาร
ปี 2551 – 2552     รองผู้ว่าการบริหารระบบจำหน่าย
ปี 2552 – ปัจจุบัน   รองผู้ว่าการเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบสื่อสาร

การทำงานเพื่อสังคม

คณะกรรมการบริหารชมรม ICTSEC
คณะกรรมการบริหาร IEEE PES (IEEE Power & Energy Society, Thailand)
คณะกรรมการบริหารศูนย์ผู้เชี่ยวชาญจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

 

ชื่อรุ่น วีรกรรม-ไข่เจียว

รุ่น 84 เข้าปีพ.ศ. 2508 คงชื่อรุ่น “อาภัสรา” เพราะ : อาภัสรา หงสกุล ได้ครองตำแหน่งนางงามจักรวาล ดังไปทั่วโลกในปีนั้น
 

 

ต้องขออนุญาตท่านผู้เขียน
เพื่อนำมาบันทึกไว้เป็นตำนานของ สวนฯ84 อีกชิ้นหนึ่ง
ขอขอบคุณ "นพ84" ไว้ ณ ที่นี้

 

มีโอกาสได้อ่านรวบรวมที่มาของชื่อรุ่น OSK ตั้งแต่ 107-พระเสด็จ จนถึง 125-12 ทศวรรษ แล้วต้องขอน้อมรับวิสัยทัศน์และการริเริ่มสร้างสรรค์ของ อ.จ.สุทธิ เพ็งปาน OSK อดีตผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นอย่างยิ่ง ที่นำเหตุการณ์สำคัญๆ มาสอดประสานเรียกขานเป็นชื่อรุ่น ในแต่ละ พ.ศ.ได้อย่างเหมาะเจาะไม่เบา

จึงลองคิดเล่นๆ ว่า-หากถอยหลังไปยุคกระโน้น แต่ละรุ่น-น่าจะได้ชื่อว่าอะไรบ้างหนอ?? อาทิ เช่น

  • รุ่น 84 (เข้า 2508) คงชื่อรุ่น “อาภัสรา” เพราะ : อาภัสรา หงสกุล ได้ครองตำแหน่งนางงามจักรวาล ดังไปทั่วโลกในปีนั้น
     
  • รุ่น 85 (เข้า 2509) น่าจะชื่อ "เอเชียนเกมส์" จากกรณีที่ไทยเป็นเจ้าภาพกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 5 (ระหว่าง 9-20 ธ.ค.2509) นับเป็นครั้งแรกที่เราหน้าใหญ่จัดงานแบบนี้
     
  • รุ่น 86 (เข้า 2510) ต้องชื่อ “สุรพล” แน่ๆ เลย เพราะราชาเพลงลูกทุ่ง “สุรพล สมบัติเจริญ” ถูกยิงตายหลังเวทีแสดง เป็นข่าวดังไปทั้งประเทศ เมื่อกลางเดือนสิงหาคม 2510 ตรงกับวันสมานมิตร ปีนั้นพอดี
     
  • ถ้าข้ามมาปี 2512 “นีล อาร์มสตรอง” ก็น่าจะเป็นชื่อของรุ่น 88 เพราะนำทีมมนุษย์อวกาศของสหรัฐฯ ขึ้นไปประทับรอยเท้า ไว้บนดวงจันทร์ได้สำเร็จในกลางปีดังกล่าว
     
  • แต่แหม หากเลยเถิดมาถึงปีที่แล้ว ลูกๆ หลานๆ ที่เข้ามาเรียน พ.ศ.2546 จะเลือกว่าชื่อรุ่น “ซาร์” หรือว่า “หวัดนก” ดีหนอฟังแล้วจั๊กจี้พิลึกเนาะ ??

 

เอาเหอะถือซะว่า เป็นการแสดงความคิดเห็นเล่นๆ ละกัน เพราะในครั้งกระโน้น จะเรียกขานรุ่นกัน ก็เพียงแต่ระบุเลขปีพ.ศ.ที่เริ่มต้นเข้าศึกษา อาจจะต่อท้ายด้วย พ.ศ.ที่จบ กำกับเพิ่มมาเพื่อกันหลง ก็ยิ่งดี ต่อมาจึงค่อยมาไล่เป็นเลขที่รุ่น ซึ่งหลงทิศหลงทางอยู่พักหนึ่ง กระทั่งสมาคมศิษย์เก่าฯ ได้เข้ามาเรียบเรียงให้ใหม่ พร้อมกับประกาศใช้เมื่อราวๆ สิบกว่าปีมานี้เอง แต่วันนี้ ก็ยังมีเรียกขานแบบเก่าแบบใหม่ แตกต่างกันอยู่ประปราย
 

แต่เอาเหอะไม่ว่าจะเรียกกันอย่างไร ก็ขอให้เข้าใจกันในหมู่พวกเรา เป็นใช้ได้ ดังนั้น แม้จะไม่มีชื่อรุ่นมาก่อน แต่เมื่อ OSK84 (0812) เข้ามาร่วมด้วยช่วยวุ่นกับ web แห่งนี้ จึงได้เสนอชื่อมาให้เรียกว่า "วีรกรรมไข่เจียว” ซึ่งคิดว่าน่าจะเหมาะสม (เท่าที่ทราบ-มีเพียง OSK79 (0307) เรียกชื่อรุ่นตัวเองว่า “ฉัตรชัย-สถาพร” โดยให้เกียรติเพื่อนในรุ่น “พี่ฉัตรชัย ฉัตรานนท์” ได้ที่หนึ่ง และ “พี่สถาพร ชินะจิตร” (ในภาพ) ติดบอร์ดได้ที่ 32 ของประเทศไทย)

 

พี่สถาพร ชินะจิตร
ติดบอร์ดได้ที่ 32 ของประเทศไทย

 

 

 

ก่อนจะไปถึงวีรกรรม-ที่มาของชื่อรุ่น ต้องขอย้อนไปที่เกร็ดประวัติศาสตร์ พฤติกรรมการรับประทานอาหารกลางวัน ของนักเรียนสวนกุหลาบ ยุคพ.ศ.2508 กันเสียก่อน ตอนนั้น โรงอาหาร เป็นอาคารชั้นเดียว มีหลังคาคลุมเป็นโรงเรือนขนาดใหญ่ ตั้งต่อเนื่องจากตึกสามัคยาจารย์ ขนานไปกับโรงยิมพลศึกษา เปิดบริการเฉพาะน้ำดื่มในช่วงเช้าและเย็น เวลาพักเที่ยงเท่านั้น-จึงจะมีสารพัดอาหารคาว-หวาน ไว้ให้เด็กสวนฯ ทั้งโรงเรียนพันกว่าคนได้ดื่มกิน ด้วยสนนราคาประหยัด อาจจะเป็นเพราะจำนวนนักเรียน ที่ใช้บริการพร้อมๆ กันกระมังทำให้ ครูโปร่ง ส่งแสงเติม ครูใหญ่ในช่วงนั้น ตัดสินใจใช้นโยบายให้เฉพาะเด็กนักเรียนม.ศ.หนึ่ง น้องเล็กของโรงเรียน-กินอาหารกลางวันด้วยถาดหลุม ซึ่งเริ่มต้นปี 2508 เป็นปีแรก (ไม่แน่ใจว่า-ยกเลิกนโยบายนี้ไปในพ.ศ.ไหน) นัยว่าเหตุผลที่ดำเนินการดังกล่าว ก็เพื่อช่วยน้องเล็กตัวน้อย ไม่ต้องไปยื้อแย่งซื้ออาหารแข่งกับรุ่นพี่ ในตอนพักเที่ยงพร้อมๆ กัน คอยให้อยู่ ม.ศ.2 เริ่มแก่แดดแล้ว จึงเป็นอิสระเลืกซื้อกินเอง กับอีกประการหนึ่งคือ ต้องการให้เด็กนักเรียนได้กินอาหารครบหมู่ ถูกหลักอนามัย ตามที่โรงเรียนจัดให้

การจัดการก็ไม่มีอะไรมาก ในตอนปลายของแต่ละสัปดาห์ จะมีภารโรงเดินมาแจกโพยให้ หัวหน้าชั้นม.ศ.1 ทั้ง 8 ห้อง (ก.ไก่-ซ.โซ่) จัดการเอาโพยที่มีเมนูอาหารให้เลือก ทั้งหมด 10 แบบ แจกแก่นักเรียนในห้องของตน อาทิ ข้าวหมูแดง, ข้าวมันไก่, ก๊วยเตี๋ยวลูกชิ้นเนื้อ, ข้าวแกง, ราดหน้า, กระเพาะปลา, เกี้ยมอี๋ ฯลฯ ที่จำได้แม่นเห็นจะเป็นหมายเลข 5 ข้าวหมกไก่-โรตี-มะตะบะ (เพราะลูกสาวคนทำหน้าตาสวย-จึงเป็นเมนูยอดนิยม) แต่ละคนจะกากบาทลงไปในรายการว่า ในสัปดาห์หน้านั้น วันจันทร์จะกินเบอร์อะไร อังคาร-พุธ..กินเบอร์อะไร เลือกให้ครบห้าวัน จากเมนู 10 รายการ จะเลือกซ้ำ-กินแต่เบอร์ 5  ข้าวหมกไก่ ทุกวันก็ได้-ไม่มีใครว่า (หน้าจะได้เป็นไก่ไปเลย) พอถึงแต่ละวันในสัปดาห์นั้นๆ ภารโรงคนเดิมจะเดินเอาโพยชื่อนักเรียน พร้อมเบอร์เมนูอาหารที่เลือก มาส่งให้หัวหน้าห้องแจก ราวๆ 11 โมงของทุกวัน พอ 11.45 น. จึงเลิกเรียน (พักเที่ยงก่อนชั้นอื่น) ออกมาเข้าแถวแล้วเดินไปโรงอาหาร จากนั้นแยกย้ายไปยื่นเบอร์และถาดหลุมบรรจุอาหาร ตามที่ตนเองเลือกไว้. มานั่งกินที่โต๊ะที่จัดไว้ให้ชั้น ม.ศ.1 โดยเฉพาะ  ทางโรงเรียนจะขอความร่วมมือให้นักเรียนม.ศ.1 กินข้าวถาดหลุมในระยะแรก ซึ่งต้องจ่ายค่าอาหารล่วงหน้าเป็นรายเดือน แต่ก็ผ่อนปรนให้แก่ผู้ปกครองที่ไม่เห็นด้วย กับนโยบายนี้เช่นกัน (เพราะอาจขาดเงินหมุนเวียนล่วงหน้า หรือบางคนติดขัดด้วยเรื่องศาสนา)

แม้จะต้องกินข้าวใส่ถาดหลุมเป็นประจำทุกวัน แต่ OSK84 ก็มีส่วนร่วมกับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ด้านโภชนาการ ของสวนกุหลาบ เมื่อปี 2508 เช่นกัน ตอนสายของวันหนึ่ง จำได้ว่าเป็นระหว่างกลางเทอมต้น (สมัยโน้นเรียนปีละ 3 เทอม) ก็มีกลุ่มรุ่นพี่ชั้น ม.ศ.5 (มีพวกสอบตกอยู่ ม.ศ.4 ผสมด้วย) แยกย้ายกันเดินไปตามห้องเรียนทุกห้อง ทุกตึก พร้อมทั้งประกาศให้นักเรียนทุกคนทราบว่า “วันนี้ห้ามกินข้าวแกง..หากใครกิน-โดนเตะ” รุ่นพี่ ประกาศิตประโยคดังกล่าวด้วยหน้าตาถมึงทึง เล่นเอาพวกเราเลิกลั่ก-เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย
 

พอถึงเที่ยงวันนั้น..บรรดารุ่นพี่ผู้ก่อการ (จำได้ว่ามี พี่สถาพร ดีบุกคำ OSK80 ร่วมเป็นหัวโจกด้วย) ก็แยกย้ายกระจายกำลังกันสังเกตการณ์รอบโรงอาหาร และบริเวณหน้าร้านข้าวแกงซึ่งมีอยู่ 3 ร้าน กระจายแทรกไปกับร้านอาหารประเภทอื่นๆ บางกลุ่มก็ดักอยู่หน้าทางเข้า เพื่อคอยเตือนคนที่จะเดินเข้าไปกินอาหารเที่ยง
ไม่ให้ซื้อข้าวราดแกงเด็ดขาด ส่วนพวกม.ศ.1 ต้องกินข้าวถาดหลุมอยู่แล้ว จึงได้รับการปล่อยผ่านไปโดยดี แต่ก็ถูกสำทับตอกย้ำด้วยเช่นกัน

สำหรับข้าวราดแกงทั้งสามร้านนั้น มีวิธีการจำหน่ายเหมือนๆ กัน โดยจะเตรียมตักข้าวเปล่าใส่จานสังกะสี ไว้ก่อนจะถึงเวลาพักเที่ยง เมื่อเด็กนักเรียนเลิกมาพร้อมๆ กันถึงโรงอาหาร ต้องการจะกินข้าวราดแกง ก็จะมาหยิบจานบรรจุข้าวเปล่ายื่นส่งให้แม่ค้า พร้อมระบุว่า จะราดแกงหรือผัดอะไร ที่มีให้เลือกอยู่ 7-8 อย่าง เสร็จแล้ว-จึงจ่ายตังค์..หนึ่งบาท (สมัยนั้นใช้ธนบัตร) ตามสนนราคา ให้แก่แม่ค้า เป็นอันว่าเรียบร้อย ถือไปเลือกที่นั่งกินตามอัธยาศัย แต่เหตุการณ์ในวันนั้น มันเกิดขึ้นรวดเร็วมาก ทั้งๆ ที่บรรดาแม่ค้า ได้บอกกล่าวกับนักเรียนเป็นการล่วงหน้าตั้งแต่สัปดาห์ก่อนแล้วว่า จะขึ้นราคาข้าวราดแกงอีก จานละ 0.25 บาท (หนึ่งสลึง) เป็นจานละ 1.25 บาท หรือเรียกง่ายๆ ว่า “ห้าสลึง” (มีการเตรียมเศษสตางค์ทอนไว้เรียบร้อย-ป้องกันการชุลมุน)

ทว่า-นักเรียนทั้งโรงเรียน เห็นพ้องต้องกันว่า ไม่สมควรอย่างยิ่ง ที่จะมาขูดเลือดกับคนจนด้วยกัน เพราะทางโรงเรียนก็ไม่ได้เก็บแป๊ะเจี๊ยะ-ค่าหัวคิว หรือค่าน้ำค่าไฟจากร้านอาหารทุกประเภทอยู่แล้ว ร้านอื่นไม่ขึ้น-แต่ทำไมข้าวราดแกงมารวมหัวขึ้นราคา (มั้ยล่ะ หัวประชาธิปไตยก้าวหน้ามาแต่อ้อนแต่ออกเชียวละ) จึงประกาศ-สไตร้ค์..ไม่กินข้าวแกง พร้อมกันทุกคน

ตกบ่ายวันนั้นแม่ค้าพ่อค้าข้าวราดแกงทั้งสามร้าน ต้องนั่งน้ำตาตก-ข้าวเปล่าที่ใส่จานไว้ล่วงหน้า กองพะเนินทิ้งไว้เป็นร้อยๆ จาน ต้ม-ผัด-แกง ทุกหม้อเหลือบานเบอะ ร้อนถึง-ครูโปร่งต้องลงมาเป็นคนกลาง เจรจาไกล่เกลี่ยทั้งสองฝ่าย ผลสรุปจบลงด้วยข้อตกลงกันในที่สุดว่า ให้แม่ค้า คงขายข้าวราดแกงต่อไปในราคาเดิม จนกว่าสภาวะค่าครองชีพของสังคม จะเปลี่ยนแปลงขยับตัวสูงขึ้น จึงจะขึ้นราคาได้ (รู้สึกว่า-จะใช้เวลาเป็นปีทีเดียวถึงได้ปรับราคาใหม่ ซึ่งกลายเป็นขึ้นทีเดียวในราคา 1.50 บาทไปเลย)

 

 

 

 

 

 

 เหตุการณ์ดังกล่าว แม้จะเป็นเพียงจุดย่อยๆ เล็กๆ แต่นับเป็นประชาธิปไตยในสายเลือดเด็กสวนฯ อย่างแท้จริง ที่ได้แสดงออกถึงความคิดเห็นต่อสิ่งที่ตนเองมีส่วนร่วมในสังคม

 

 

 

และเรื่องราวในวันนั้น ก็บังเอิญ มีเรื่องน่าหยิกเล็กๆ น้อยๆ ที่เอามาอำกันได้ถึงทุกวันนี้ว่า ระหว่างที่เหตุการณ์ขมึงเกลียวอยู่นั้น (เพราะใครจะโดนเตะบ้าง หรืออาจมีขาซ่าจากชั้น ม.ศ.3 ไปแหกคอกแล้วเกิดสหบาทาระหว่างรุ่น..ก็ไม่รู้ได้) ก็มีนักเรียนคนหนึ่ง แต่งกายเรียบร้อย บ่งบอกอากัปกิริยาว่า-เป็นทีมชาติเคร่งเรียน ไม่รู้สึกรู้สากับเหตุการณ์ใดๆ โดยรอบตัว เดินเข้าไปซื้อข้าวราดแกง ด้วยมาดเด่นหนึ่งเดียวคนนี้ เอาไปนั่งกินที่โต๊ะอาหารอย่างหน้าตาเฉย นักเรียนคนนี้ มีดีตรงมาดเคร่ง-เก่งเรียนนี่แหละ จึงรอดพ้นปากเหยี่ยวปากกาในวันนั้นมาได้ 
 

จนเวลาผ่านไปเป็นสิบๆ ปี ในงานสังสรรค์เลี้ยงรุ่น OSK81 นักเรียนคนนั้นถึงได้ขึ้นไปพูดบนเวที ให้เพื่อนร่วมรุ่นได้ฟังและฮากันครึนว่า

 “ก้อเราไม่รู้นี่ ว่าพวกนายสไตรค์กันอยู่”

เป็นคำสารภาพดื้อๆ ของ พี่ดอน ปรมัตถ์วินัย” ท่านเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง คนปัจจุบัน

 พี่ดอน ปรมัตถ์วินัย
ท่านเอกอัครราชทูตไทย
ณ กรุงปักกิ่ง คนปัจจุบัน
(ขณะที่เขียนเรื่องนี้ *)

(ฯพณฯ ดอน ปรมัตถ์วินัย ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่ง
เอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา:
17 มีนาคม 2552-ปัจจุบัน)

 

 

มาถึงชื่อรุ่นวีรกรรม-ไข่เจียวกันซะที ช่วงที่ OSK84 ขึ้นมาเรียนชั้น ม.ศ.5 ในปีการศึกษา 2512 ผู้ที่เรียนแผนกวิทยาศาสตร์ ทั้ง 5 ห้อง (ห้องจ.จาน กับ ฉ.ฉิ่ง-ยุบรวมกัน เพราะมีจำนวนคนน้อย) จะข้ามมาเรียนที่ชั้น 3-4 อาคารพระเสด็จฯ ที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ (ทุบทิ้งไปอีกครั้งแล้ว) ส่วนแผนกศิลป์สองห้อง ปักหลักอยู่ตึกสามัคยาจารย์ ส่วนโรงอาหารเดิมถูกทุบทิ้ง สร้างเป็นอาคารเรียนต่อเนื่องกับตึกสามัคฯ จึงย้ายมาใช้โรงอาหารชั่วคราว บริเวณหลังเสาธง เลียบถนน มาทางหอประชุมใหญ่ (ปัจจุบันเป็นอาคารเรียน) ยังคงมีร้านอาหารให้เลือกหลากหลายประเภทเช่นเดิม (แฮ่ม !! ร้านข้าวหมกไก่ยังเป็นขวัญใจไม่เสื่อมคลาย) แต่ปีนั้นบังเอิญมีอาหารประเภทหนึ่ง ทั้งๆ ที่เป็นอาหารดาษๆ ธรรมดา แต่กลับมาแรงหน้าทุกเจ้าอย่างไม่น่าเชื่อ นั่นคือ

 “ไข่เจียวราดข้าว ของเจ๊แว่น สนนราคาจานละ 3 บาท”

เด็กนักเรียนสวนฯ รู้จัก เจ๊แว่น กันทั้งนั้น ชื่อจริง-นามสกุลอะไร ไม่ค่อยมีใครรู้จักลึกซึ้ง แต่มีบางคนทะลึ่งแอบกระพือข่าว ป้ายสีเธอว่า มีอาชีพอย่างว่า-เป็นงานอดิเรก เธอเป็นสาวใหญ่ ร่างท้วม สวมแว่นสายตาสีขาวกรอบดำ พูดจาฉาดฉาน และออกจะทะลึ่งตึงตังนิดหน่อย จนไอ้พวกปากหอยปากปู แอบเอาไปนินทาอย่างที่บอก

สมัยอยู่โรงอาหารเก่า เจ๊แว่นช่วยญาติแกขายกระเพาะปลา พอมาอยู่โรงอาหารชั่วคราว (เริ่มใช้เมื่อปี 2510) แกยังคงช่วยญาติเหมือนเดิม และมีไอเดียบรรเจิด ขยับมาขาย “ไข่เจียวทอดสดๆ ร้อนๆ” โปะลงบนข้าวเปล่า แล้วราดหน้าด้วยซอสศรีราชา-สีส้มๆ กลิ่นหอมคลุ้งน่ากินยิ่งนัก เจ๊แว่นเปิดขายเมนูนี้ได้ไม่นาน กลายเป็นอาหารยอดนิยม เรียกนักเรียนมารุมล้อมแน่นตึงทุกๆ พักเที่ยง จากทอดไข่เจียวเพียงกระทะเดียว เจ๊แว่นต้องขยายกิจการ หาลูกมือมาช่วยทอดพร้อมกัน 4-5 กระทะ ผลัดเปลี่ยนกันโปะราดข้าว ให้ลูกค้าได้อย่างไม่ขาดตอน วันหนึ่งๆ ประมาณการว่า ขายได้หลายร้อยจาน

สำหรับซ้อสศรีราชา ซึ่งเป็นทีเด็ด-รสเด็ด นอกเหนือจากไข่เจียวร้อนๆ หอมกรุ่นนั้น เพื่อการบริการอันฉับไว ไม่ต้องมามุง-รุมแย่งกันราดอยู่ที่หน้าร้าน เจ๊แว่น จัดการเทใส่ชามอ่างแก้วขนาดใหญ่ (ประมาณอ่างเลี้ยงปลาเงินปลาทอง) เอาไปวางไว้ 4-5 จุด ตามโต๊ะกลางโรงอาหาร เมื่อได้ข้าวราดไข่เจียวร้อนๆ จากกระทะแล้ว แต่ละคนจะเดินไปตักซ้อสศรีราชา ราดหน้าเอาตามความพอใจ ไข่เจียวราดข้าว เป็นอาหารยอดนิยม ของนักเรียนและครูบาอาจารย์ กินกันได้กินกันดีอยู่เป็นเดือนๆ นัยว่าสร้างความภาคภูมิใจและร่ำรวย ให้แก่ เจ๊แว่น ยิ่งนัก แบบว่า-ไม่ต้องง้อ เชลล์ หรือปรมาจารย์ชวนชิมที่ไหนมาแนะนำให้

แล้วก็ต้องมีมือดีมาขอประลองฝีมือ แต่ว่าไม่ใช่ประลองเรื่องรสชาติ ขบวนการต้านความรวยของเจ๊แว่นจึงถือกำเนิดขึ้น ประกอบด้วยเหล่า OSK83 แต่ตกซ้ำมาเรียนกับ OSK84 อาทิ เบื๊อก-สุพัฒน์ พิจารณ์จิตร  เขียว กิรติ พรหมสาขาฯ   กุ้ง-วรชัย อรุณทัต  อัศวิน วิภาตะศิลปิน  เขาเหล่านี้เรียนเก่งระเบิดเถิดเทิง (แต่รักสนุกจึงสอบตก) ปัจจุบันประสบความสำเร็จในวิชาชีพกันถ้วนหน้า

ทว่าเมื่อครั้งกระโน้น พวกเขาคิดว่าไม่ยุติธรรมอย่างยิ่ง ที่เจ๊แว่นเอากำไรจากข้าวไข่เจียวมากเกินไป ทำได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก ไข่ฟองละไม่กี่ตังค์-ข้าวสวยก็ธรรมดาๆ จะพิเศษหน่อยตรงซ้อสศรีราชา แต่ขายมาเรื่อยๆ ก็มีการผสมให้เจือจางไม่เข้มข้นเหมือนก่อน

ก่อนพักเที่ยงวันหนึ่ง ขบวนการถล่มไข่เจ๊แว่น ออกปฏิบัติการ โดย-เบื๊อก เป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน ปัสสาวะใส่ถุงพลาสติก เดินลิ่วมาจากส้วมหลังตึกสามัคฯ ตรงไปโรงอาหาร ช่วงนั้นยังไม่ถึงเวลาปล่อยเรียน เบื๊อกใช้เวลาไม่นาน ค่อยๆ ถ่ายเทน้ำใสสีอำพัน ปนลงในโถซ้อสศรีราชา เครื่องปรุงรสทีเด็ดของเจ๊แว่น ที่วางอยู่ตามโต๊ะ แม้จะไม่ครบ แต่ก็ได้หลายจุดเหมือนกัน โดยเพื่อนฝูงร่วมขบวนการคอยดูต้นทาง ไม่ให้ผู้ใดมาเห็นปฏิบัติการ หาญกล้าของไอ้เบื๊อก จบภารกิจ ทั้งหมดสลายตัวกลับขึ้นห้องเรียน ปล่อยให้นักเรียนสวนฯ พ.ศ.นั้น คราคร่ำมุ่งหน้าไปโรงอาหาร และนับร้อยคนเจอแจ๊คพ๊อตทันที โดยไม่ต้องส่งชิ้นส่วน เมื่อเลือกเมนู – ไข่เจียวเจ๊แว่น – ในวันนั้น

แฮ่ม หนึ่งท่านที่อยู่ในรายชื่อ ผู้โชคดีได้แก่ ครูวินัย เกษมเศรษฐ  อาจารย์ใหญ่ของพวกเรานั่นเอง ที่วันไหนไม่กิน ดันผ่านึกอยากกินไข่เจียวเจ๊แว่น ขึ้นมาในวันนั้นพอดี ข่าว-ซ้อสศรีราชาปนเปื้อนเยี่ยวไอ้เบื๊อก กระพือไปทั้งโรงเรียนเพียงชั่วระยะเวลา ยังไม่ทันพ้นพักเที่ยง เพราะขบวนการที่ถอนตัวกลับไปอยู่บนห้องเรียนนั้น แอบไปกระซิบเพื่อนคนอื่น ที่ยังไม่ได้ลงมาพักเที่ยง ถึงปฏิบัติการอันสุนทรของไอ้เบื๊อก จึงได้บอกต่อๆ กันไป แล้วก็ไปถึงหูของ ครูวินัย ซึ่งไม่รู้ว่า-ท่านมีความรู้สึกผะอืดผะอม หรือชื่นชมในรสชาติ รู้เพียงว่า วันรุ่งขึ้นท่านสั่งพักการเรียน ไอ้เบื๊อกเป็นเวลาสองสัปดาห์

 

ครูวินัย เกษมเศรษฐ
อาจารย์ใหญ่

  

 

ที่น่าเศร้าเคล้าน้ำตาคือ จากวันนั้นเป็นต้นมา ตำนาน-ไข่เจียวเจ๊แว่น-ต้องจบลง และสูญหายไปจากเมนูอาหาร ของพวกเรานานนับปีทีเดียว ไม่งั้น-ป่านฉะนี้ คงได้มี Licence ไข่เจียว-SK ของเจ๊แว่น เต็มบ้านเต็มเมือง แข่งกับ Mac และ KFC ..บ้างหรอกน่า

 

 

(ที่มา : OSKNETWORK.COM : 21 มิ.ย. 2547)

http://www.osknetwork.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=524
 

พลตรี ไกรสร ศรีสุข

 

พลตรี ไกรสร ศรีสุข

รองเจ้ากรมการทหารสื่อสาร
กองทัพบก

 

 

 

วันนี้ (1 เมย 53) ได้มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี
เรื่อง ให้นายทหารรับราชการ
ตามที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง
ให้นายทหารรับราชการสนองพระเดชพระคุณ จำนวน 79 อัตรา
โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2553 …

52. พลตรี ไกรสร ศรีสุข เป็น รองเจ้ากรมการทหารสื่อสาร
 
ขอแสดงความยินดีกับสวนฯ 84 อีกหนึ่งท่าน
ที่ประสพความสำเร็จในตำแหน่งหน้าที่

ศุภชัย บานพับทอง

 

 

ศุภชัย บานพับทอง

อธิบดี
กรมส่งเสริมสหกรณ์
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (2552)

 

 

 

นายศุภชัย บานพับทอง
เกิด : 24 กรกฏาคม พ.ศ. 2495

การศึกษา

  • มัธยมศึกษา โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
    (รุ่น84 พ.ศ.2508-2512)
  • นิติศาสตร์บัณฑิต
    มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • รัฐศาสตร์มหาบัณฑิต (บริหารรัฐกิจ)
    มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • หลักสูตรนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 22
    สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
  • หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร
    วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ) รุ่นที่ 44

ตำแหน่งหน้าที่สำคัญในอดีต

  • ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ (บุคลากร 8) 1 ธันวาคม 2534
    สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  • รองอธิบดี (นักบริหาร 9) กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 6 ตุลาคม 2540
  • ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 1 ตุลาคม 2546
  • รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 8 พฤศจิกายน 2550
    (หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านบริหารจัดการ ทรัพยากรเพื่อการผลิต)
  • อธิบดี กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 30 พฤษภาคม 2551

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุด มหาวชิรมงกุฏ

 

 

ณรงค์ฤทธิ์ ศรีรัตโนภาส

 

 

ณรงค์ฤทธิ์ ศรีรัตโนภาส
HR Consultant
ผู้อำนวยการสำนักที่ปรึกษาร้อยชักสาม

E-mail: roichaksaam@gmail.com

 

 

ณรงค์ฤทธิ์ ศรีรัตโนภาส จบนิติศาสตรบัณฑิตจากรั้วแม่โดม และรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิตจากรั้วจามจุรี เคยทำงานหนังสือพิมพ์และนิตยสารอยู่หลายปี และเป็นผู้บริหารฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ในบริษัทข้ามชาติ 2-3 แห่งอีก 15 ปี ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการสำนักที่ปรึกษาการพัฒนาการบริหาร (Management Development Consultants) และผู้อำนวยการสำนักที่ปรึกษาร้อยชักสาม (RoiChakSaam Consultants) และเพื่อทดแทนบุญคุณของแผ่นดินเกิด รายได้ทุกบาททุกสตางค์ที่ได้จากการเป็นที่ปรึกษาและจัดฝึกอบรมของสำนักที่ปรึกษาทั้งสองแห่งนี้นอกจากจะชำระภาษีอย่างถูกต้องแล้ว ยังได้จัดสรรไว้อีก 3% เพื่อคืนสู่สังคมในรูปแบบของสาธารณกุศลต่างๆ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อสำนักที่ปรึกษาร้อยชักสามที่หลายคนมักถามถึงความหมายเมื่อได้ยินชื่อของสำนักที่ปรึกษาแห่งนี้

 

ศ.นพ.สารเนตร์ ไวคกุล

 

 

ศ.นพ.สารเนตร์ ไวคกุล

Prof.Dr.Saranatra Waikakul M.D.

 

 

 

 

ศาสตราจารย์นายแพทย์ สารเนตร์ ไวคกุล
ศาสตราจารย์ นายแพทย์ 10
ผู้อำนวยการศูนย์เนื้อเยื่อกรุงเทพฯ
ภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์
คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล
มหาวิทยาลัยมหิดล
และเป็นนายกชมรมศัลยแพทย์ทางมือแห่งประเทศไทย

สาขาวิชาที่ทำ/สนใจ: Hand and Microsurgery, Tumor

e-mail address : sisvk@mahidol.ac.th

 

Dear Suankularb 84 friends,

After my dear friend, Dr. Chaowarit has passed away, I feel that we have rather short time left. So, I would like to do something that I love to. I would like to serve all friends and our teachers in my specialty, Orthopaedic Surgery. Any one who have the problems in the musculoskeletal system please contact me via my e- mail or you can contact my secretary, Mrs. Saisuree.
Phone:
(02) 419-4545.

Furthermore, every Friday morning between 8.00 to 9.00 a.m., except I am not in Bangkok, I will be free to take care of all Suankularb 84 friends and our teacher at OPD clinic, room 118 Siriraj Hospital. I will set for a special Q-up only for our friends and do not worry about doing registration, I will provide you all paper work. Please inform all friends and our belove teachers.

Saranatra Waikakul
sisvk@mahidol.ac.th

เรียนเพื่อนสวนกุหลาบทุกคน

ผมยังว่างอยู่ในตอนเช้า 7.00 – 9.00 ทุกวันศุกร์
หากมีเพื่อนคนไหนมีปัญหาสุขภาพด้านกระดูกและข้อ
มาให้ผมตรวจรักษาได้ที่ห้องทำงานชั้น 14 อาคารเฉลิมพระเกียรติ์ฯ โรงพยาบาลศิริราช
สามารถโทรนัดล่วงหน้ากับเลขาของผมได้ที่หมายเลข (02) 419-4545 โดยติดต่อ คุณสายสุรีย์

ผมมีบทความการแพทย์สำหรับประชาชนทั่วไปลองส่งมาให้พิจารณาดู
ยังมีอีกหลายบทความ ถ้าต้องการจะส่งมาให้อีก

สารเนตร์

อ่านบล็อก "พบหมอสารเนตร์" ได้ที่ :

http://saranatra.blogspot.com

 

 

รศ.นพ.ภาคภูมิ สุปิยพันธุ์

 

 

 

รศ.นพ.ภาคภูมิ สุปิยพันธุ์
Assoc.Prof.Dr.Pakpoom Supiyaphun M.D.

 

 

 

รองศาสตราจารย์นายแพทย์ภาคภูมิ สุปิยพันธุ์
Assoc.Prof.Dr.Pakpoom Supiyaphun M.D.
ภาควิชา โสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา
หน่วย นาสิกวิทยา
คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ถนนพระราม 4 เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10400
กรรมการแพทยสภา
 

คุณวุฒิ
มัธยมศีกษา จบการศึกษาจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย พ.ศ. 2512
วทบ. มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2517
แพทยศาสตรบัณฑิต  มหาวิทยาลัยมหิดล  พ.ศ. 2519
ว.ว.โสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา แพทยสภา พ.ศ. 2523

บรรจุเป็นอาจารย์คณะแพทยศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2525
 
มีความเชี่ยวชาญและชำนาญทางด้าน :
การผ่าตัดหูชั้นกลาง
การผ่าตัดด้วยแสงเลเซอร์
การผ่าตัดไซนัสด้วยกล้อง
 
ผลงานทางวิชาการ
บทความวิชาการ
Isipradit P, Supiyapun P, Luangpitakchumpon P.
Otoacoustic emission.
Chula Med J 1995; 39(1): 3-11
 
งานวิจัย
  • Supiyaphun P, Tonsakulrungruang K, Chochaipanichnon L, Chongtaleong A, Samart Y.
    The Treatment of Chronic Suppurative Otitis Media and Otitis Externa with 0.3 per cent Ofloxacin Otic Solution:
    A Clinico-microbiological Study. J Med Assoc Thai 1995; 78: 18-21
  • Supiyaphun P, Siricharoensang S.
    Treatment of Tonsillar Crypt Infection with CO2 Laser:
    A Preliminary Report. J Med Assoc Thai 1996; 79: 132-6
  • Supiyaphun P, Sawetratanastein S, Kerekhanjanarong V, Hirunwiwatkul P. Homograft Myringoplasty-Controlled Button Technique:
    A Preliminary Report. J Med Assoc Thai 1996; 79: 161-5
  • Mutirangura A, Tanunyutthawongese C, Kerekhanjanarong V, Sriuranpong V, Pornthanakasem W, Yenrudi S, Supiyaphun P, Voravud N.
    Loss of Heterozygosity for Chromosome 11 in Epstein-Barr Virus associated nasopharyngeal carcinoma.
    J Med Assoc Thai 1996; 79(suppl 1): 65-70
  • Tanunyutthawongese C, Sriuranpong V, Kerekhanjanarong V, Changchup B, Yenrudi S, Supiyaphun P, Voravud N,
    Mutirangura A. Microsatellete instability in Epstein-Barr virus associated with nasopharyngeal carcinoma.
    J Med Assoc Thai 1996; 79 (suppl 1): 71-7 
  • Mutirangura A, Supiyaphun P, Trirekapan S, Sriuranpong V, Sakuntabhai A, Yenrudi S, Voravud N.
    Telomerase activity in oral leukoplakia and head and neck squamous cell carcinoma.
    Cancer Res 1996; 56: 3530-3
  • Mutirangura A, Tanunyutthawongese C, Pornthanakasem W, Kerekhanjanarong V, Sriuranpong V, Yenrudi S, Supiyaphun P, Voravud N.
    Genomic alterations in nasopharyngeal carcinomas: loss of heterozygosity and Epstein-Barr virus infection.
    Br J Cancer 1997; 76(6): 770-6
  • Supiyaphun P, Snidvongs K, Shuangshoti S, Khowprasert C.
    Malignant Transformation in a Benign Encapsulated Schwannoma of Retropharyngeal Space:
    A Case Report. J Med Assoc Thai 1997; 80(8): 540-6
  • Makhachen N, Supiyaphun P, Asawavichianginda S.
    Hearing result from the mastoid surgery of non-complicated chronic middle ear infection:
    A comparative study between canal wall up mastoidectomy and canal wall down mastoidectomy with tympanoplasty.
    Chula Med J 1997; 41(8): 565-74
  • Sukumalpaiboon P, Kerekhanjanarong V, Supiyaphun P, Cutchavaree A.
    Tumors of the parapharyngeal space:
    a 25-year review. Chula Med J 1997; 41(8): 593-603 
  • Kerekhanjanarong V, Supiyahphun P.
    Rhinocerebral mucormycosis: a 10-year review at Chulalongkorn University. Chula Med J 1997; 41(10): 733-44
  • Jareoncharsri P, Bunnag C, Fooanant S, Supiyaphun P, Cheewaruangroj W, Euswas C, Thitisatayakorn D, Visutipol M, Prachasilchai P, Prurksanusak K, Chayakul P, Aswapokee N.
    The Efficacy, Safety and Tolerability of a Three-day Regimen of Azithromycin in the Treatment of Adult Acute Upper Respiratory Tract Infections.
    J Infect Dis Antimicrob Agents 1997; 14: 123-8
  • Supiyaphun P, Sampatanukul P, Kerekhanjanarong V, Chawakitchareon P, Sastarasadhit V.
    Lingual Osseous Choristoma:
    A Study of Eight Cases and Review of the Literature. Ear Nose Throat J 1998; 77: 316-25
  • Mutirangura A, Pornthanakasem W, Theamboonlus A, Sriuranpong V, Lertsanguansinchai P, Yenrudi S, Voravud N, Supiyaphun P, Poovorawan Y.
    Epstein-Barr Viral DNA in Serum of Patients with Nasopharyngeal Carcinoma.
    Clinic Cancer Res 1998; 4: 665-9
  • Snidvongs K, Supanakorn S, Supiyaphun P.
    Severe Epistaxis from Rhinosporidiosis:
    A Case Report. J Med Assoc Thai 1998; 81: 555-8
  • Mutirangura A, Pornthanakasem W, Sriuranpong V, Supiyaphun P, Voravud N.
    Loss of Heterozygosity on Chromosome 14 in Nasopharyngeal Carcinoma.
    Int J Cancer 1998; 78: 153-6
  • Supiyaphun P, Lekagul S, Shuangshoti S.
    Solitary schwannoma of the tympanic membrane:
    a case report. Auris Nasus Larynx 1999; 26: 191-4
  • Mutirangura A, Charuruks N, Shuangshoti S, Sakdikul S, Chatsantikul R, Pornthanasasem W, Sriuranpong V, Supiyaphun P, Voravud N.
    Identification of distinct regions of allelic loss on chromosome 13q in nasopharyngeal cancer from paraffin embeded tissues.
    Int J Cancer 1999; 83: 210-4
  • Supiyaphun P, Kerekhanjanarong V. Myringoplasty:
    A Simple Procedure for Out-patients.
    J Med Assoc Thai 1999; 82: 1220-6
  • Supiyaphun P, Kerekhanjanarong V, Koranasophonepun J, Sastarasadhit V.
    Comparison of Ofloxacin Otic Solution with Oral Amoxycillin Plus Chloramphenicol Ear Drop in Treatment of Chronic Suppurative Otitis Media with Acute Exacerbation.
    J Med Assoc Thai 2000; 83: 61-8
  • Supiypahun P, Sampatanukul P, Aeumjaturapat S, Kerekhanjanarong V, Sastarasadhit V.
    Lingual Osseous Choristoma: Report of Three Cases.
    J Med Assoc Thai 2000; 83: 564-8
  • Supiypahun P, Sukumanpaiboon P.
    Acute otalgia: a case report of mature termite in the middle ear.
    Auris Nasus Larynx 2000; 27: 77-8
  • Supiyaphun P, Snidvongs K, Shuangshoti S.
    Salivary gland choristoma of the middle ear:
    case treated with KTP laser. J Laryngol Otol 2000 Jul; 114(7): 528-32
  • Bunnag C, Jareonchasri P, Tunsuriyawong P, Pumhirun P, Limprasertsiri S, Chochaipanichnon L, Supiyaphun P, Kongpatanakul S.
    A non-comparative trial of the efficacy and safety of fexofenadine for treatment of perennial allergic rhinitis.
    Asian Pac J Allerg Immunol 2000; 18: 127-33
  • Kerekhanjanarong V, Sitawarin S, Sakdikul S, Saengpanich S, Chindavijak S, Supiyaphun P, Voravud N, Mutirangura A.
    Telomerase assay and nested polymerase chain reaction from nasopharyngeal swabs for early noninvasive detection of nasopharyngeal carcinoma.
    Otolaryngol Head Neck Surg 2000 Nov; 123(5): 624-9
  • Supiyaphun P, Decha W, Kerekhanjanarong V, Hirunwiwatkul P.
    Auricular pseudocysts: a treatment with the Chulalongkorn University vacuum device.
    Otolaryngol Head Neck Surg 2001 Feb; 124(2): 213-6
  • Kongruttanachok N, Sukdikul S, Setavarin S, Kerekhnjanarong V, Supiyaphun P, Voravud N, Poovorawan Y, Mutirangura A.
    Cytochrome P450 2EI polymorphism and nasopharyngeal carcinoma development in Thailand:
    a correlative study. BMC Cancer 2001; 1: 4
  • Pornthanakasem W, Kongruttanachok N, Sakdikul S, Leelayuwat C, Setavaarin S, Kerekhanjanarong V, Supiyaphun P, Vorvud N, Poovorawan Y, Mutirangura A.
    PERB11 (MIC) as a possible susceptibility gene for nasopharyngeal cancer development.
    Chula Med J 2001 Mar; 45(3): 207-13
  • Kerekhnjanarong V, Supiyaphun P, Saengpanich S.
    Upper aerodigestive tract burn: a case report of firework injury.
    J Med Assoc Thai 2001 Feb; 84(2): 294-8
  • Saengpanich S, Kerekhnjanarong V, Chochaipanichnon L, Supiyaphun P.
    Nasolacrimal duct injury from microscopic sinus surgery:
    preliminary report. J Med Assoc Thai 2001 Apr; 84(4): 562-5
  • Kerekhnjanarong V, Tang-On N, Supiyaphun P, Sastarasadhit V.
    Tonsillar fossa steroid injection for reduction of the post-tonsillectomy pain.
    J Med Assoc Thai 2001 Jun; 84 Suppl 1: S391-5
  • Supiyaphun P, Sampatanukul P, Sukumalpaiboon P.
    Benign Aspergillus colonization (Aspergilloma) in the middle ear.
    Otolaryngol Head Neck Surg 2001 Sep; 125(3): 281-2
  • Supiyaphun P, Chochaipanichnon L, Kerekhnjanarong V, Saengpanich S.
    A comparative study of the side effects between pseudoephedrine in Loratadine plus Pseudoephedrine Sulfate Repetabs Tables and loratadine+pseudoephedrine table in treatment of allergic rhinitis in Thai patients.
    J Med Assoc Thai 2002 Jun; 85(6): 722-7
  • Hirunsatit R, Kongrutanachok N. Shotelersuk K, Supiyaphun P, Voravud N, Sakuntabhai A., Mutirangura A.
    Polymeric immunoglobulin receptor polymorphisms and risk of nasopharyngeal cancer.
    BMC Genet 2003 Jan 21; 4:3. Epub 2003 Jan 21
  • Supiyaphun P, Aramwatanapong P, Kerekhnjanarong V, Sastarasadhit V.
    KTP laser inferior turbinoplasty: an alternative procedure to treat the nasal obstruction.
    Auris Nasus Larynx 2003 Feb; 30(1): 59-64
  • Supiyaphun P, Sampatanukul P, Vongfu S, Kerekhnjanarong V.
    Aural aspergilloma: an unusual delayed complication of tympanoplasty.
    J Med Assoc Thai 2003 Jun; 86 Suppl 2: S358-61
  • Supiyaphun P, Kerekhnjanarong V, Saengpanich S, Cutchavaree A.
    Treatment of the common cold.
    J Med Assoc Thai 2003 Jun; 86 Suppl 2: S362-72
  • Sriuranpong V, Mutirangura A, Gillespie JW, Patel V, Amornphimoltham P, Molinolo AA, Kerekhnjanarong V, Supanakorn S, Supiyaphun P, Rangdaeng S, Voravud N, Gutkind JS.
    Global gene expression profile of nasopharyngeal carcinoma by laser capture microdissection and complementary DNA microarrays.
    Clin Cancer Res 2004 Aug 1; 10(15) 4994-58
  • Kerekhnjanarong V, Supiyaphun P, Naratricoon J, Luangpitakchumpon P.
    The effect of mobile phone to audiologic system.
    J Med Assoc Thai 2005 Sep; 88 Suppl 4: S231-4
  • Yanatatsaneejit P, Chalermchai T, Kerekhnjanarong V, Shotelersuk K, , Supiyaphun P, Mutirangura A, Sriuranpong V.
    Promoter hypermethylation of CCNA1, RARRES1, and HRASLS3 in nasopharyngeal carcinoma.
    Oral Oncol 2008 Apr; 44(4): 400-6. Epub 2007 Aug 3

ติดต่อ
รศ.นพ.ภาคภูมิ สุปิยพันธุ์
ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ถนนพระราม 4 ปทุมวัน
กรุงเทพฯ 10330
หรือ E-mail : parkpooms@hotmail.com
โทรศัพท์ 252-7787
โทรสาร 252-7787
 

รศ.ชวลิต วงษ์เอก

 

รศ.ชวลิต วงษ์เอก
รองศาสตราจารย์
ภาควิชารังสีเทคนิค
คณะเทคนิคการแพทย์
รพ. ศิริราช บางกอกน้อย
กทม 10700
 

 

 

Name/Address

Family name: Wongse-ek (วงษ์เอก)
First name: Chavalit (ชวลิต)
Date of birth: 03/08/1952
Nationality: Thai
Contact information:
Office:  Department of Radiological Technology,
Faculty of Medical Technology,
Siriraj Hospital, Bangkoknoi, Bangkok 10700.
ภาควิชารังสีเทคนิค
คณะเทคนิคการแพทย์
รพ. ศิริราช บางกอกน้อย กทม. 10700
Home:  348 Terdtai Rd., Parklong Distric,
Parsricharoen, Bangkok 10160.
348 ถนนเทอดไท แขวงปากคลอง
เขตภาษีเจริญ กทม. 10160
Tel.: (086) 563 8008
E-mail: mtcwe@mahidol.ac.th

Education

มัธยมศึกษา จบการศึกษาจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย  1969
M.Sc.(Physics) 1981 School of Physics, University of New South Wales, Australia
B.Sc.(Physics) 1975 Faculty of Sciences, Kasetsart University, Thailand
Mini MPA 1994 Public administration, Mahidol University, Thailand

Current Position

  • Associate Professor of Radiation Technology
    Department of Radiation Technology,
    Faculty of Medical Technology, Mahidol University.
  • Chairman:
    The National Sub-Committee for Development of RT Professional Standard.
    National Board of Radiological Technologist Professional Licensing
  • Advisory Board:
    Thai Society of Radiological Technologist (TSRT).
  • Committee:
    The National Sub-Committee on the Standardization for Radiation Safety Officer (RSO) Licensing.
    Office of Atoms for Peace (OAP).
  • Editor in Chief:
    The Thai Journal of Radiological Technology.
    Thai Society of Radiological Technologist.
  • Technical Assessor ISO 17025:
    Calibration and Testing of Radiation Measurement Laboratories.
    Thai Industrial Standards Institute (TISI), Ministry of Industry,
    and Bureau of Laboratory Quality Standards, Ministry of Health.

 

Working Experiences

  • Lecturer:
    Department of Radiation Technology,
    Faculty of Medical Technology, Mahidol University
  • Guest Lecturer:
    Narasuan University, Kon Khan University,
    and Prince Songkla University
  • Deputy Dean for Strategic Management and IT. 1992-1996.
  • Chairman:
    Department of Radiation Technology,
    Faculty of Medical Technology,
    Mahidol University. 1999-2006
  • WHO Project Contract:
    Develop draft outline of curriculum for radiology technician training in Lao PDR.
    15. December 2003 – 31 March 2004.
  • Chairman of working group:
    The guideline for standard of practice in medical radiation services in private hospitals.
    Ministry of Health. 1998, 2003.

 

Research Interest

Diagnostic imaging physics, Quality assurance in diagnostic imaging, Radiation protection and dosimetry, CT Dose, Digital Image Processing, and RT Curriculum Development
 

Publications

  • Pongnapang N, Wongse-ek C, Hemtiwakorn K.
    Measurements of entrance surface dose and organ dose in four common radiographic examinations:
    A comparative study between free-in.air method and thermoluminescent dosimetry.
    Thai J Radiological Tech 2007; 32: 1-8.
  • Pongnapang N, Wongse-ek C, Iampa W.
    Verification of a commercial Monte Carlo based organ and effective doses calculation in multi-detector computed tomography using thermoluminescent dosimeter.
    Thai J Radiological Tech 2007; 32: 9-14 Thai J Radiological Tech 2007; 32: 1-7..
  • Wongse-ek C.
    Results of a study of quality control of diagnostic ultrasound equipment.
    Thai J Radiological Tech 1999 : 24 ; 35-44.
  • Wongse-ek C, Dhanarun M, Suriyachaiyakorn C, Mongkolsuk M, Sricome P, Suibjuntara J.
    Evaluation of radiographic film viewing box luminance and uniformity of brightness.
    Thai J Radiological Tech 1997 : 22 ; 55-60.
  • Mongkolsuk M, Suriyachaiyakorn C, Dhanarun M, Wongse-ek C. 
    Focal-spot measurements : Comparison of pinhole, star test pattern, and resolution pattern techniques.
    Thai J Radiological Tech 1997 : 22 ; 17-24.
  • Dhanarun M, Suriyachaiyakorn C, Wongse-ek C, Mongkolsuk M. 
    A custom built collimator and beam alignment test tools.
    Thai J Radiological Tech 1997 : 22 ; 31-38.
  • Wongse-ek C. 
    Possibility of using gypsum wallboard for diagnostic x-ray protective barriers.
    Thai J Radiological Tech 1996 : 21 ; 69-76.
  • Suriyachaiyakorn C, Wongse-ek C, Mongkolsuk M, Dhanarun M. 
    A custom built grid alignment test tool.
    Thai J Radiological Tech 1996: 21 ; 39-42.
  • Wongse-ek C.
    A simple test tool for HVL measurements of diagnostic x-ray beams.
    Thai J Radiological Tech 1995 : 20 ; 43-50.
  • Mongkolsuk M, Suriyachaiyakorn C, Dhanarun M, Wongse-ek C. 
    An evaluation of x-ray qualities from various diagnostic x-ray machines
    of public hospitals in Bangkok metropolitant area.
    Thai J Radiological Tech 1995 : 20 ; 81-91
  • Wongse-ek C. 
    A technique of casting alloy block for radiotherapy.
    Thai J Radiological Tech 1988 : 13 ; 1 – 4.
  • Wongse-ek C.
    Surface and build-up doses of high energy x-ray beams.
    Thai J Radiological Tech 1986 : 11 ; 17-26.
  • Wongse-ek C, Aimchula J, Manatakoon N. 
    Suitable thickness of individualized Ostalloy-158 shielding blocks
    for Co-60 gamma ray and 4 MeV x-ray.
    Thai J Radiological Tech 1984 : 9 ; 113-119.
  • Wongse-ek C, Aimchula J, Manatakoon N. 
    A custom-built styrofoam cutter.
    Thai J Radiological Tech 1984 : 10 ; 31-38.
  • Wongse-ek C, KarolisC, Stewart RJ. 
    Physical characteristics of a Varian Clinac 18/10 linear accelerator. Part II
    - The electron beam. 
    Aust Radiol 1983 : XXVII ; 64-72.
  • Stewart RJ, Dredge TJ, Langenegger A, Wongse-ek C, Karolis C, Oliver LD. 
    Lead shielding for electron beam from 6-18 MeV. 
    Aust Radiol 1983 : XXVII ; 73-78.
  • Karolis C, Wongse-ek C, Oliver LD, Stewart RJ, LangeneggerA. 
    Physical characteristics of a Varian Clinac 18/10 linear accelerator. Part I
    - The photon beam. 
    Aust Radiol 1981 : XXV ; 282-292.
  • Karolis C, Wongse-ek C, Stewart RJ.
    Electron beam degradation by low density scattering material. 
    Int J Radiat Oncol Biol Phys 1981 : 7 ; 371-378.
  • Text and CAI
  • Wongse-ek C.
    Physics and Instrumentation in Ultrasonography.
    In: Diagnosis in Utrasonography, 3rd ed. (In Thai).
    Srinuklin J and Loupaiboon V, Ed. Klung Na Na Press Ltd, Korn Kaen. 2006.
  • Wongse-ek C.
    A web-based courseware in radiographic exposure techniques.
    http://mt.mahidol.ac.th\elearning\rad_tech.html
    , 2005. (In Thai)
 
Test Phantom
 
  • A contrast-details phantom for measurement of image quality from CR. 2005.
  • An abdomen phantom for QC of x-ray radiography with AEC. 2004.
  • A tissue-mimic phantom for QC of diagnostic ultrasound instrument. 1999.

 

Professional memberships

  • Thai Society of Radiological Technologist
  • Thai Association of Medical Physicists

Creative Commons License
งานนี้เผยแพร่ภายใต้ลิขสิทธิ์ Creative Commons แบบ Attribution Non-commercial Share Alike (by-nc-sa)
โดยผู้สร้างอนุญาตให้ทำซ้ำ แจกจ่าย แสดง และสร้างงานดัดแปลงจากส่วนใดส่วนหนึ่ง ของงานนี้ได้โดยเสรี
แต่เฉพาะในกรณีที่ให้เครดิตผู้สร้าง ไม่นำไปใช้ในทางการค้า และเผยแพร่งานดัดแปลงภายใต้ลิขสิทธิ์เดียวกันนี้เท่านั้น
Suankularb84 Alumni Club.